Notifications
Clear all

อยากหุ่นดี สุขภาพดี ประเมินความเสี่ยงสุขภาพได้ง่าย ๆ ด้วย BMI

4 Posts
3 Users
3 Reactions
177 Views
(@wutthikai-siconsiam-com)
New Member
Joined: 3 years ago
Posts: 1
Topic starter  

BMI คืออะไร

BMI ค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index) คือ ตัวเลขที่คํานวณจากนํ้าหนักและส่วนสูง โดยวิธีเป็นวิธีการคำนวนเพื่อประเมินสุขภาพแบบคร่าว ๆ ว่ามีสุขภาพเป็นอย่างไรซึ่งจะบอกได้ว่าน้ำหนักตัวและส่วนสูงของเราอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมหรือไม่ หรือตอนนี้เรากำลังมีน้ำหนักตัวที่ผอม, ปกติ หรือว่ากำลังมีภาวะโรคอ้วนอยู่ ซึ่งนอกจากค่า BMI ที่คำนวณออกมาได้จะบอกได้ว่าคุณมีรูปร่างสัดส่วนเป็นอย่างไร ยังสามารถใช้เพื่อประเมินความเสี่ยงทีจะเกิดโรคต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาสุขภาพได้อีกด้วย

วิธีคํานวณค่า BMI

โดยค่า BMI สามารถคำนวณได้จาก น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (เมตร) แล้วยกกำลัง 2 ซึ่งสูตรนี้สามารถใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

ตัวอย่างเช่น น้ำหนักตัว 65 (กก.) / ส่วนสูง 1.50 (เมตร)2 เพราะฉะนั้น จะได้ค่า BMI = 28.89

เกณฑ์การวัดค่าดัชนีมวลกาย

>>  ระดับน้อยกว่า 18.5 แสดงว่า “น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์”

ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายในเกณฑ์ระดับน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน จะมีภาวะความเสี่ยงสูงที่ร่างกายขาดสารอาหาร เกิดการหล่อเลี้ยงภายในร่างกายได้ไม่เพียงพอ โดยจะส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลียง่าย ภูมิคุ้มกันไม่ดี 
ฉะนั้น จำเป็นต้องออกกำลังกายควบคู่กับการรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบโปรตีนสูง จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและมีสารอาหารมากพอไปซ่อมแซมการทำงานของอวัยวะภายในได้อย่างเพียงพอ

>>  ระดับ 18.5 – 22.9 แสดงว่า “น้ำหนักสมส่วน”

ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายอยู่ในเกณฑ์ระดับน้ำหนักสมส่วนตามมาตรฐาน เป็นกลุ่มบุคคลที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนจากโรคอ้วนได้น้อยที่สุด 
ฉะนั้น ควรรักษาความสุมดลของค่า BMI ระดับนี้ไว้อย่างสม่ำเสมอ โดยหมั่นตรวจเช็คการคำนวณค่า BMI จากการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อเป็นผลชี้วัดในการตรวจเช็คมวลร่างกายอยู่เสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อคงความสมดุลนี้ไว้
 
>>  ระดับ 23.0 – 24.9 แสดงว่า  “น้ำหนักเกินมาตรฐาน”

ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายอยู่ในเกณฑ์ระดับเกินมาตรฐาน มีภาวะความเสี่ยงที่เกิดโรคแทรกซ้อนได้ นั่นก็คือ “โรคอ้วน” 

ฉะนั้น ควรควบคุมปริมาณไขมันในร่างกายตัวเอง ด้วยการเลือกทานอาหารที่มีโปรตีนสูง ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดระดับไขมันให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

>>  ระดับ 25.0 – 29.9 แสดงว่า “น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์อ้วน”

ผู้ที่มีคํานวณค่าดัชนีมวลกายอยู่ในเกณฑ์ระดับนี้ มีภาวะความเสี่ยงที่เกิดโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคอ้วนได้สูง 

ฉะนั้น ควรควบคุมปริมาณไขมันในร่างกายตัวเองแบบเร่งด่วน โดยการปรับเปลี่ยนลักษณะการรับประทานอาหาร เปลี่ยนเป็นอาหารที่เน้นสุขภาพให้มากขึ้น ไม่รับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย หรืออย่างต่ำ 8 แก้วต่อวัน สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างคือ การพักผ่อนให้เพียงพอ และติดตามผล BMI ตลอดในช่วงควบคุมน้ำหนักอยู่เสมอ

>>  ระดับ 30.0 ขึ้นไป  แสดงว่า  “น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์อ้วนมาก”

ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายอยู่ในเกณฑ์นี้ มีภาวะความเสี่ยงที่เกิดโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคอ้วนได้สูงที่สุด 

ฉะนั้น ควรเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาในการควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด พร้อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ไม่รับประทานอาหารที่เพิ่มมวลไขมันแก่ร่างกาย และหมั่นออกกำลังกายเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำอย่างต่ำ 10-12 แก้วต่อวัน และติดตามผล BMI ตลอดในช่วงควบคุมน้ำหนักอยู่เสมอ

เครดิตข้อมูลอ้างอิง : รพ.สมิติเวช ( https://rwcclinic.com/whats-your-bmi/)

This topic was modified 3 years ago 2 times by วุฒิไกร สุทธิวุฒิ

(@kitsana-ssiamparagon-co-th)
Eminent Member
Joined: 4 years ago
Posts: 23
 

ไม่มีหรอกคนที่อยู่ข้างเคียง มีแต่เหนียงที่อยู่ข้างคอ 😊 


   
ReplyQuote
(@nataporn-hsiampiwat-com)
Estimable Member Admin
Joined: 4 years ago
Posts: 103
 

@kitsana-ssiamparagon-co-th ดูเหงาอ่ะ


   
ReplyQuote
(@kitsana-ssiamparagon-co-th)
Eminent Member
Joined: 4 years ago
Posts: 23
 

@nataporn-hsiampiwat-com จ๊ะ


   
ReplyQuote