สิ่งแรกที่เราต้องทำเลยคือการเตรียมอุปกรณ์การวิ่ง!
“การใช้อุปกรณ์ที่ถูกต้องจะทำให้เราวิ่งได้อย่างสบายและมีความตึงเครียดน้อยลง” กล่าวโดย Becs Gentry ผู้ซึ่งเคยได้รับตำแหน่ง Nike running ambassador อุปกรณ์การวิ่งในปัจจุบันล้วนถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงการสร้างความสบายให้แก่นักวิ่งเป็นหลัก เช่นความสามารถในการซับเหงื่อ , ความเย็นหรือความอบอุ่น , ความสามารถในการกันลม , ลดการเสียดสี , ลดการพุพอง เป็นต้น
สำหรับคำแนะนำเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ Becs Gentry แนะนำเป็นพิเศษสำหรับนักวิ่งมือใหม่คือ “ให้คำนึงถึงความเหมาะสมและการใช้งาน ก่อนที่จะมองเรื่องแฟชั่น” ลองพิจารณาอุปกรณ์พวกนี้ให้ดีๆ แล้วลองคิดดูว่าจะเกิดอะไรกับร่างกายเราในตอนที่เราใช้งานมัน
โฟกัสไปที่ฟอร์มการวิ่ง
เช่นเดียวกับการออกกำลังกายประเภทอื่นๆ ซึ่งเราจำเป็นต้องมีฟอร์มในการออกกำลังกายที่ถูกต้อง เช่น ก่อนที่เราจะลงแข่งวิ่ง 5k เราก็ควรที่จะมีฟอร์มการวิ่งที่ถูกต้อง เพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในเรื่องของความเร็วและการลดโอกาสในการได้รับบาดเจ็บ กล่าวโดยโค้ช Karli Alvino ซึ่งทำงานกับ Mile High Run Club ที่นครนิวยอร์ก
เขาแนะนำว่า นักวิ่งมือใหม่ควรที่จะหาเวลาเพื่อไปรับการฝึกสอนจากโค้ชมืออาชีพ ซึ่งจะทำให้เราได้เรียนรู้เบสิกและเป็นการรับประกันว่าเราจะได้เตรียมตัวเพื่อประสบความสำเร็จในการวิ่ง และได้ซ้อมวิ่งในปริมาณที่เหมาะสม แต่ถ้าหากเพื่อนๆคิดว่าไม่จำเป็นต้องมีโค้ชก็ได้ ก็ให้ทำตามคำแนะนำดังนี้
1.ตั้งตัวตรงตลอดเวลา : มันจะส่งผลต่อการจัดเรียงตัวของกระดูกสันหลัง และมันจะส่งผลดีต่อการจัดตำแหน่งของศีรษะ , ไหล่ , ก้นและเท้า “ตามองไปข้างหน้า , ยกหน้าอกขึ้น , ใช้สะโพกเป็นจุดศูนย์กลาง และเท้าก็จะถูกวางลงใต้จุดศูนย์ถ่วง”
2.ค้นหาจังหวะการหายใจ : นักวิ่งมือใหม่มักจะมีปัญหาเรื่องการหายใจไม่ทัน , ทำให้เรามีความทรหดที่ลดลง , ในช่วงแรกเราจะต้องแน่ใจว่ามีการหายใจเป็นระยะๆ และพอเราเก่งขึ้นก็ค่อยทดลองเปลี่ยนจังหวะการหายใจดู
3.คิดถึงท่าต่อไป : หากต้องการให้การวิ่งของเราดูดีตั้งแต่ต้นจนจบล่ะก็ มันเริ่มต้นจากการยกเข่าเข้าหาหน้าอก ซึ่งจะช่วยในการพัฒนากล้ามเนื้อขาของเราและช่วยไม่ให้สะดุดในตอนวิ่ง
จากนั้นเมื่อเอาเท้าเตะพื้นก็ให้เราคิดถึงท่าต่อไปและยกส้นเท้าอีกข้างเข้าหาก้น นี่ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความเร็วและพลังเท่านั้น “แต่ยังช่วยลดโอกาสได้รับบาดเจ็บเพราะสร้างความตึงเครียดให้กับกล้ามเนื้อด้านหลัง ดังนั้นเราจึงควรลดความตึงเครียดของร่างกายส่วนหน้า”
เคล็ดลับที่ควรจำไปใช้
1.อย่าหักโหมในช่วงแรก : สำหรับการวิ่งและการวิ่งให้เก่งขึ้นนั้นมันเปรียบได้เหมือนกับการเดินทาง ก่อนที่เราจะลงแข่งเราก็ควรที่จะตั้งเป้าหมายที่รู้สึกว่าสามารถทำสำเร็จได้ง่ายๆเอาไว้ก่อน และต้องให้เวลาร่างกายในการปรับตัวด้วย ยิ่งเรารู้สึกพอใจกับพัฒนาการของตนเองมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งสนุกกับการพัฒนาตัวเองมากขึ้นเท่านั้น
2.หาเพื่อนร่วมทีม : การวิจัยพบว่าการมีเพื่อนออกกำลังกายจะช่วยให้เราออกกำลังกายได้นานมากขึ้น จงเรียนรู้จากเพื่อนเราและฟังเรื่องราวของพวกเขา เพราะพวกเขาอาจเคยผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน เราจะได้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวและได้เข้าสังคมนักวิ่งมากขึ้น
3.จดบันทึกการวิ่งของเรา : ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งจ๊อกกิ้งหรือการวิ่งแบบฝึกเพิ่มความเร็วก็ตาม ให้จดบันทึกเอาไว้เพื่อที่เราจะได้สังเกตเห็นพัฒนาการของเรา โดยโค้ชได้บอกว่า เธอจดบันทึกถึงความรู้สึกในตอนวิ่งทั้งเรื่องจิตใจและร่างกายเลย รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชีวิตเช่น การนอนหลับและอาหาร
สัปดาห์ที่ 1 : ออกไปวิ่งเพื่อความสนุก
ในสัปดาห์นี้เราจะแค่วิ่งเบาๆ และทำให้การวิ่งกลายเป็นกิจกรรมในทุกสัปดาห์ ในช่วงแรกการวิ่งอาจทำให้เพื่อนๆรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติหรือไม่ค่อยสนุกนัก สิ่งสำคัญคือ การทำอย่างต่อเนื่อง การฟังเพลงก็จะช่วยได้ ในสัปดาห์นี้เราจะมีวันที่ฟังเพลง 2 วัน
■ วันที่ 1 : Easy Run
– เดินวอร์มอัพ 10 นาที
– วิ่งแบบ Easy ประมาณ 5-8 นาที
– คูลดาวน์ด้วยการเดิน 5 นาที
■ วันที่ 2 : พัก
■ วันที่ 3 : ฝึกวิ่งแบบ Speed Intervals (Fartlek)
– เดินวอร์มอัพ 10 นาที
– เราจะวิ่งสามรอบโดย ฟังเพลงรอบละ 1 เพลง , ให้เร่งความเร็วในการวิ่ง ในช่วงท่อนหลักของเพลง , จากนั้นจึงเปลี่ยนไปเดินหรือวิ่งจ๊อกกิ้งแบบ Easy เพื่อฟื้นตัว
– คูลดาวน์ด้วยการเดิน 5 นาที
■ วันที่ 4 : พัก
■ วันที่ 5 : พัก
■ วันที่ 6 : ฝึกวิ่งระยะไกล
– เดินวอร์มอัพ 5 นาที
– วิ่งต่อเนื่องแบบ Easy 10 นาที
– คูลดาวน์ด้วยการเดิน 5 นาที
■ วันที่ 7 : พัก
ท่านใดสงสัยตรงไหนสอบถามได้นะครับ เช่น Easyrun วิ่งอย่างไร, Interval คืออะไร?
ขอโปรแกรมฟูลมาราธอนภายใน 5 เดือนครับ ^-^
ขอบคุณครับ
วิ่งเพิ่มวันละกิโลครับ
วันแรก 1 โล
วันที่สอง 2 โล ทำไปเรื่อย ๆ ครบมาราธอนแน่นอนครับ
เดี๋ยวจัดให้ครับ ทีละสเตปก่อนครับพี่^^
เดี๋ยวลองทำแล้วจะผลให้โค้ชทศช่วยประเมินนะครับ
ช่วงแรก
Easy ความเร็วแค่ Jog ก็พอนะครับ Pace 8-9
Interval ความเร็วประมาณ 70% ของความเร็วสูงสุดที่เราทำได้ครับ
เน้นสม่ำเสมอ ไม่ต้องเร่งรีบ ลดการบาดเจ็บครับ^^
จะเอาไปลองทำดูนะครับ ขอบคุณครับ
Good!
ขอบคุณฮะพี่ทศ
เมื่อเช้าเพิ่งเริ่มเดินก้าวยาว ๆ เร็ว ๆ ได้ 20 นาทีครับ
เยี่ยมๆ ครับ
ลองกันดูนะครับ เดี๋ยวสัปดาห์หน้ามีแผน Week2
รอติดตามเลยพี่