ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวันนี้เราทุกคนต่างก็เคยพบเจอการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ หรือที่เรียกว่า "Cyberbullying" กันมากขึ้น เนื่องจากสื่อสังคมออนไลน์เป็นสื่อที่เข้าถึงได้ง่าย สามารถเข้าใช้งานได้ตลอดเวลา อีกทั้งผู้ใช้งานก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยชื่อหรือหน้าตา ยิ่งทำให้กลุ่มคนที่ชอบ "บูลลี่" คนอื่น รู้สึกสนุกไปกับการกลั่นแกล้งมากขึ้น เพราะตามตัวได้ยาก
แต่เดี๋ยวก่อน.. คนที่ถูก "บูลลี่" (เหยื่อ) อย่าเพิ่งคิดว่าพวกนิสัยเสียเหล่านั้น จะรอดตัวหรือลอยนวลไปได้ง่ายๆ เพราะวันนี้เรามีวิธีรับมือกับการถูกบูลลี่ในโลกออนไลน์มาฝากกัน รู้แล้วจำ และนำไปทำตาม!
มีข้อมูลจาก กรมสุขภาพจิต ระบุว่า การระรานทางไซเบอร์ (Cyberbullying) หมายถึง การกลั่นแกล้ง การให้ร้าย การต่อว่า หรือการรังแกผู้อื่นทางสื่อสังคมโซเชียลต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ โดยสาเหตุอาจเกิดขึ้นได้ทั้งจากการแกล้งกันเล็กๆ น้อยๆ แล้วบานปลายไปด้วยความไม่ตั้งใจ หรือเกิดจากความขัดแย้ง ความเกลียดชัง ทั้งที่มีเหตุผลและไม่มีเหตุผล แล้วใช้พื้นที่ในโลกออนไลน์โจมตีกัน
ทั้งหมดนี้ อาจนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพจิต เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล เป็นต้น กรมสุขภาพจิต จึงมีคำแนะนำวิธีการจัดการหากถูกบูลลี่ ดังนี้
1. อย่าตอบโต้
อย่าตอบโต้หรือพูดอะไรไปในทำนองเดียวกัน เพราะการตอบกลับในรูปแบบเดียวกัน หรือคุกคามอีกฝ่ายเพื่อแก้แค้น มีแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง
2. เก็บหลักฐานเมื่อถูก "บูลลี่"
หากคุณพบเจอการ "ไซเบอร์บูลลี่" ในลักษณะที่คุกคามและไม่สบายใจ แนะนำให้แคปภาพหน้าจอ และทำบันทึกเอาไว้ในคอมพ์หรือมือถือ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งความหรือดำเนินคดีได้
3. "กดรีพอร์ท" แล้วบล็อกบัญชี
สื่อออนไลน์ส่วนใหญ่จะมีฟังก์ชั่นให้บล็อกบัญชีผู้ใช้นั้นๆ และสามารถกดรีพอร์ทผู้ใช้คนที่เป็นไซเบอร์บูลลี่ได้
4. ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
หากกดรีพอร์ทหรือบล็อกไปแล้ว แต่ตัวคนบูลลี่ยังไม่หยุดอีก! เช่น สมัครบัญชีใหม่เพื่อมาบูลลี่คุณต่อเนื่อง แบบนี้แนะนำให้ไปตั้งค่าความเป็นส่วนตัวแบบไม่เปิดสาธารณะ และไม่ควรคอนเน็คกับคนที่คุณไม่รู้จักตัวตนจริง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเจอพวกชอบบูลลี่คนอื่นแบบนี้อีก
5. แจ้งตำรวจ
ถ้าคุณถูกคุกคามหรือทำให้คุณรู้สึกไม่ปลอดภัย คุณควรแจ้งตำรวจ ถ้าคุณถูกไซเบอร์บูลลี่จากคนที่ทำงานหรือคนที่เรียนที่เดียวกัน ควรรายงานกับหัวหน้าหรืออาจารย์
6. นัดคุยกับอีกฝ่ายแบบเจอหน้ากัน
หากต้องการจบปัญหาความขัดแย้งที่เป็นต้นเหตุของการ "บูลลี่" ในเรื่องนั้นๆ บางครั้งการนัดเจอเพื่อพูดคุยกันดีๆ อย่างสันติ ก็เป็นทางออกที่ดี แต่ต้องให้มั่นใจว่าควรมีคนกลางอยู่ด้วย และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้
7. คุยเรื่องนี้กับใครสักคน
การถูกไซเบอร์บูลลี่มีผลกระทบต่อผู้ถูกบูลลี่หลายด้าน เช่น ทางอารมณ์และสภาพจิตใจ การคุยกับคนอื่นไม่ใช่แค่ช่วยหาคนสนับสนุน หรือเพื่อช่วยผ่อนคลายความทุกข์เท่านั้น แต่เป็นการบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นหลักฐานด้วย
😆