Notifications
Clear all

welcome to my camera

7 Posts
4 Users
0 Reactions
182 Views
(@duangporn-psiampiwat-com)
Member
Joined: 5 years ago
Posts: 45
Topic starter  

การถ่ายให้ภาพ “คมชัด” ในที่นี้ซึ่งพยายามจะนำเสนอหมายถึงภาพที่แสดงให้เห็นถึงตัวแบบหลักมีความชัดเจน โฟกัสเข้า ไม่เบลอหรือมัว สามารถให้ภาพเล่ารายละเอียดได้ครบถ้วน ดังนั้นเทคนิคการถ่ายภาพให้คมชัดในนี้จะช่วยให้เราสามารถจัดการกับกล้องที่สั่นไหวได้ และหลายเทคนิคอาจจะใช้ได้บางสถานการณ์นั่นเอง ถ้าเราสามารถที่จะทำความเข้าใจและฝึกฝนในการควบคุมปัจจัยเหล่านี้ได้ ภาพของเราก็จะได้ความคมชัดอย่างที่ต้องการ

1.ใช้รูรับแสงช่วงที่คมที่สุดของเลนส์ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ เลนส์ของเราจะมีช่วงที่ค่ารูรับแสงแล้วให้ภาพคมที่สุด ส่วนใหญ่ก็จะประมาณ F8 ที่เห็น ๆ กัน ถ้าเราอยากรู้ว่าเลนส์ของเรานั้นมีความคมที่สุดอยู่ที่ช่วงไหนก็ทำได้สองอย่างด้วยกัน คือทดสอบเอง ถ่ายเทสต์ที่ F แล้วก็มาเช็คดู หรืออีกอย่างหนึ่งคือไปเปิดดูในเว็บรีวิวก็ได้บางคนเขาจะทดสอบมาให้ดู

2. ใช้การโฟกัสแบบ Single Point Auto Focus หรือการโฟกัสแบบจุดเดียว เวลาที่โฟกัสภาพแล้วเราต้องการความแม่นยำและความคมชัดในจุดนั้นอย่างเต็มที่ ให้เราใช้การโฟกัสแบบจุดเดียว หรือ Single Point Auto Focus ซึ่งจะทำให้กล้องของเราสามารถที่จะโฟกัสแบบรวดเร็วได้ในจุดเดียว เมื่อเราถ่ายภาพจะได้แน่ใจว่ากล้องโฟกัสไปยังจุดที่ต้องการ และเช็คโฟกัสหลังการถ่ายเสมอว่าเข้าเป้าหรือเปล่า มีโฟกัสหลุดหรือเปล่า

3. ใช้ ISO ต่ำ เพื่อให้ไฟล์ภาพไม่มีสัญญาณรบกวน (Noise) ยิ่งค่า ISO ของกล้องสูงเท่าไหร่ สัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้นในภาพมันก็จะมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นหากเราเป็นคนที่ซีเรียสในเรื่องความคมชัดมาก ๆ การถ่ายภาพเป็นไปได้ก็แนะนำให้ใช้ ISO ต่ำสุด เพื่อไม่ให้เกิดสัญญาณรบกวนในภาพนั่นเอง

4. ใช้เลนส์ที่คมหน่อย (เลนส์เกรดสูง, ระดับโปร) เป็นเรื่องของสัจธรรมและด้านการตลาด เลนส์ในระดับโปรมีความสามารถที่จะให้รายละเอียดของภาพได้ดี ทั้งความคม ความเคลียร์ การรับแสงที่มากกว่า และราคาแพงกว่า แน่นอนว่าคนที่หวังภาพคม ๆ ก็ต้องลงทุนเพิ่มมากขึ้นครับ และแนะนำว่าให้ใช้เลนส์ Fix ด้วยนะ

5. ถอด Filter ออก ถ้าคิดว่ามันยังไม่สุดพอ, หรือเป็นไปได้ควรใช้ฟิลเตอร์คุณภาพสูงให้เหมาะสมกับความสามารถของเลนส์ ส่วนใหญ่แล้วฟิลเตอร์คุณภาพสูง ๆ จะไม่ค่อยมีปัญหากับภาพสักเท่าไหร่ แต่ก็มีฟิลเตอร์บางอย่างเหมือนกันถ้าคุณภาพไม่ดีพอจะทำให้เกิดแฟลร์ในภาพเวลาถ่ายย้อนแสง หรือไม่ก็ทำให้ความคมของภาพลดลงไป การที่มีฟิลเตอร์ที่คุณภาพอาจจะไม่ดีพอนั้นอยู่ที่หน้าเลนส์ก็ส่งผลต่อภาพที่จะได้เหมือนกัน ลองเช็คดูครับว่าฟิลเตอร์ที่เราใช้กับเลนส์ส่งผลต่อความคมของภาพหรือเปล่า ถ้าส่งผลต่อภาพก็มีสองกรณีที่แน่นะคือ ซื้อฟิลเตอร์คุณภาพสูงมาใช้ไปเลย หรือไม่ก็ถอดฟิลเตอร์ออกเวลาถ่าย

6. เช็คโฟกัสทุกครั้งที่ถ่าย เวลาที่เราถ่ายภาพได้แล้ว แนะนำว่าให้เราเช็คโฟกัสเสมอว่ากล้องโฟกัสเข้าไหม เราต้องปรับกล้องใหม่หรือแก้ไขอะไรใหม่หรือเปล่า ดังนั้นการใช้จอ LCD เช็คโฟกัสทุกครั้งในภาพที่ซีเรียส ๆ จะช่วยลดข้อผิดพลาดได้เยอะมาก นอกจากนี้เราสามารถที่จะเช็คโฟกัสก่อนถ่ายได้ในกรณีที่ถ่ายโหมด Manual ด้วยจอ LCD ได้อีกด้วย แนะนำว่าให้เช็คทั้งก่อนถ่ายและหลังถ่ายเพื่อความแน่ใจจะดีที่สุด

7. เช็คความมั่นคงของขาตั้งให้เรียบร้อย เลือกใช้ขาตั้งกล้องให้เหมาะสมกับงาน จุดประสงค์หลักของขาตั้งเลยก็คือให้กล้องเนี่ยนิ่งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดังนั้นการที่เราใช้ขาตั้งเราควรเช็คด้วยว่าในพื้นที่ ที่เราเอาขาตั้งไปกลางและเอากล้องไปไว้บนขาตั้งตรงนั้น มันนิ่งพอแน่นอนใช่หรือเปล่า บ่อยครั้งที่เราอาจจะใช้ความสูงของขาตั้งกล้องมากเกินไป ทำให้กล้องมันโยกเยกได้ง่าย ยิ่งกล้องหนัก ๆ เลนส์หนัก ๆ เวลาถ่ายภาพทีนึง แรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้น มันก็อาจจะทำให้ภาพเบลอได้เหมือนกัน นอกจากนี้ควรเลือกใช้ขาตั้งให้เหมาะสมกับงานด้วย ไม่ใช่เพื่อให้กล้องนิ่งเพียงอย่างเดียวนะ ยังทำให้กล้องเราปลอดภัยด้วย บางครั้งขาตั้งเราอาจจะไหวเมื่อไม่มีลมแรงเข้ามาปะทะ แต่ถ้ามีแรงลมมันอาจจะเอาไม่อยู่ก็ได้ ดังนั้นควรเลือกขาตั้งกล้องให้เหมาะสมกับงานที่ถ่ายด้วย

8. ใช้สายลั่นชัตเตอร์ หรือรีโมทชัตเตอร์ การที่เรากดปุ่มชัตเตอร์ในกล้องจะทำให้ภาพเราเบลอทันทีเมื่อถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำมาก ๆ หรือพวก Long Exposure ทั้งหลาย ดังนั้นคนที่ถ่ายภาพแนว Landscape ที่ตั้งใจจะถ่ายด้วยชัตเตอร์ต่ำ ๆ ลากความเร็วชัตเตอร์นาน ๆ ก็ควรจะมีสายลั่นชัตเตอร์หรือรีโมทชัตเตอร์ไว้ด้วย นอกจากนี้ถ้าหากวิเกิดเหตุสุดวิสัยจริง ๆ ลืมเอามา รีโมทพังหรือหาย แนะนำว่าให้แก้ปัญหาที่หน้างานด้วยการตั้งกล้องถ่ายภาพแบบจับเวลาถอยหลัง จะช่วยให้แกขัดกับปัญหาตรงนี้ได้ประมาณนึงอยู่เหมือนกัน

9. ปิดกันสั่นเมื่อกล้องอยู่บนขาตั้ง เมื่อกล้องอยู่บนขาตั้งเราควรจะต้องปิดระบบกันสั่นที่อยู่บนกล้องและเลนส์ด้วย ทำไมล่ะ เหตุผลเพราะว่ากล้องของเราอยู่บนขาตั้งอย่างมั่นคงแล้วแต่ตัวกล้องหรือเลนส์ถ้ามีระบบกันสั่นอยู่ มันก็ยังพยายามขยับเพื่อให้กล้องนิ่งนั่นเอง แต่มันไม่นิ่งหรอก มันก็จะทำให้ภาพเบลอได้เหมือนกัน นอกจากนี้สำหรับกล้องนะ กล้องบางรุ่นเริ่มมีระบบที่ดีขึ้น เมื่อถ่ายภาพด้วย Long Exposure หรือความเร็วชัตเตอร์นาน ๆ กล้องจะปิดกันสั่นให้เองอัตโนมัติซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่สำหรับเลนส์เราอาจจะต้องเตือนตัวเองให้ปิดกันสั่นด้วยนะครับ

10. ใช้ Mirror Lockup สำหรับกล้อง DSLR กล้อง DSLR จะมีพวกชุดยกกระจกที่อยู่ภายในตัวกล้อง ซึ่งปกตินั้นพอเรากดถ่ายภาพแล้วตัวกล้องจะยกกระจกขึ้น ซึ่งด้านในมันเป็นกลไก มันมีความเคลื่อนไหวและเกิดแรงสั่นสะเทือนได้ เวลาที่เราถ่ายภาพด้วยชัตเตอร์นาน ๆ ส่วนใหญ่ก็มีโอกาสทำให้ภาพเบลอด้วยเหมือนกัน ดังนั้นให้ใช้ Mirror Lockup ด้วย

11. ลองวางกล้องไว้กับพื้นที่ ที่มันมั่นคง บางสถานที่เขาไม่ได้ให้เราตั้งขาตั้ง เราอาจจะเลือกวางกล้องกับพื้นที่ ที่มันรับน้ำหนักกล้องได้ดี และผิวเรียบ อาจจะเป็นขอบกำแพง ผนัง เพื่อให้สิ่งเหล่านั้นประคองกล้องได้อย่างมั่นคง และนิ่งนั่นเอง (ให้ความสามารถเหมือนขาตั้ง) ซึ่งแม้ว่าจังหวะการถ่ายภาพอาจจะไม่ได้ดีเหมือนการใช้ขาตั้ง แต่ช่วยได้แน่นอน

12. เพิ่มความเร็วชัตเตอร์ให้มากขึ้นเพื่อหยุดภาพ และมากพอสำหรับการถือถ่ายด้วยมือเปล่า ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำ ๆ บ่อยครั้งจะหยุดภาพวัตถุที่เคลื่อนไหวได้ไม่ทัน นอกจากนี้บางครั้งชัตเตอร์เราอาจจะไม่พอสำหรับมือของเราที่อาจจะสั่นด้วย ดังนั้นความเร็วชัตเตอร์จะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ภาพของเราหยุดนิ่งได้เวลาที่ถ่าย

13. ถ่ายรัวหน่อย หรือย้ำหน่อยก็ได้ การถ่ายภาพที่รัวหน่อยหรือย้ำหน่อยจะช่วยเพิ่มจังหวะในการถ่ายภาพของตอนนั้นได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้เรามีโอกาสได้ภาพเพิ่มมากขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันนั่นเอง สังเกตว่าการถ่ายภาพงานอีเวนต์ หรือกิจกรรมอะไรที่ซีเรียส ๆ หน่อย ก็มักจะมีการถ่ายซ้ำ ๆ หลายช็อตในจังหวะเดียวเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้ภาพที่มากขึ้นครับ

14. เมื่อไม่ได้ใช้ขาตั้งให้เปิดกันสั่นกล้องและเลนส์ไว้ด้วย ในกรณีที่เราไม่ได้ถ่ายภาพด้วยการใช้ขาตั้งกล้อง แต่เป็นการถือถ่ายภาพตามปกติ ให้เราเปิดระบบกันสั่นที่ตัวบอดี้กล้องและเลนส์ไว้ด้วย เพราะมันช่วยทำให้ได้ภาพนิ่งมากๆ 

15. ตอนถ่ายรูป ยืนให้มั่น ประคองกล้องให้นิ่ง ถ้าเหนื่อยมากมือสั่น อาจจะพิงกำแพงหรือนั่งก็ได้ เหมือนเทคนิคนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่แนะนำว่ามันก็ส่งผลเหมือนกัน บางครั้งร่างกายเราอาจจะเหนื่อย หรืออาจจะแบกกระเป๋าหนัก ๆ อยู่ มันทำให้แรงที่เราส่งออกมาสะเทือนถึงตัวกล้องได้ แนะนำว่ายืนถ่ายภาพให้มั่นคงหรือบางทีในพื้นที่แสงน้อยมาก ๆ ต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำกว่าปกติโดยไม่มีขาตั้ง อาจจะเอาตัวเองพิงกำแพงเพื่อให้กล้องนิ่งขึ้นก็ได้

16.เพิ่มความคมของภาพด้วยซอฟต์แวร์ (แต่อย่าเยอะเกินไป) Software สำหรับตกแต่งภาพอย่างเช่นโปรแกรม Photoshop จะมีเครื่องมือที่คอยจัดการเรื่องการเพิ่มความคมให้กับภาพอยู่ ยกตัวอย่าง Sharpening Tools ซึ่งมันจะทำหน้าที่ทำให้รายละเอียดต่าง ๆ ในภาพมีความคมมากขึ้น แต่ควรใช้อย่างเหมาะสมครับ เพราะการเพิ่มความคมที่หนักมือมากเกินไปทำให้ภาพดูแย่ลงได้ด้วยนะ

17.ถ่ายภาพบุคคลให้โฟกัสที่ตาด้วย และเช็คโฟกัสด้วยนะว่าโฟกัสเข้าหรือเปล่า เรื่องง่าย ๆ สำหรับการถ่ายภาพ Portrait ซึ่งคนที่ถ่ายภาพแนวนี้อาจจะรู้แล้วแหละ การถ่ายภาพบุคคลควรจะโฟกัสที่ตาให้ชัด บ่อยครั้งเราจะพลาด ไปชัดตรงขนตาบ้าง จมูกบ้างแบบไม่ได้ตั้งใจ (เว้นภาพที่ตั้งใจไม่ให้ชัดที่อื่นไม่ใช่ตาอันนั้นไม่นับ) ดังนั้นให้โฟกัสที่ตาด้วย

ขอบคุณเคตดิต : https://www.photoschoolthailand.com/17-tips-for-taking-tack-sharp-photos/


   
Quote
(@wornphom-ksiamparagon-co-th)
Member
Joined: 5 years ago
Posts: 116
 

ต้องเอามาปัดฝุ่นบ้างแล้ว 


   
ReplyQuote
(@duangporn-psiampiwat-com)
Member
Joined: 5 years ago
Posts: 45
Topic starter  

มาเลยค่าา


   
ReplyQuote
(@nataporn-hsiampiwat-com)
Estimable Member Admin
Joined: 4 years ago
Posts: 103
 

สอนวิธีถ่ายในมือถือบ๊างงงงงงงงงง ไม่มีกล้องใหญ่อ่ะะะะะะ


   
ReplyQuote
(@system-administrator)
Honorable Member Admin
Joined: 7 years ago
Posts: 418
 

accessories เยอะเกินนนนนนนนนนนนนนนน


   
ReplyQuote
(@system-administrator)
Honorable Member Admin
Joined: 7 years ago
Posts: 418
 

บางทีก็พยายามจะโฟกัสที่ตาแล้ว แต่มันเล็กเกิ๊นนนนนน

export fileออกมาไฟล์แตกอีก = =


   
ReplyQuote
(@duangporn-psiampiwat-com)
Member
Joined: 5 years ago
Posts: 45
Topic starter  

ได้หมดดดดดดด


   
ReplyQuote